> กองทุน > MFC

26 กันยายน 2022 เวลา 13:55 น.

MFC ฝ่าทุกความผันผวน ทยอยซื้อธีมเมกะเทรนด์

MFCปล่อยตัวM-ASIA เอเชียดาวรุ่งเศรษฐกิจ


MFC เปิดกอง Complex Return ลงทุนวอร์แรนท์ที่จ่ายผลตอบแทน อ้างอิงดัชนี S&P500



#MFC #ทันหุ้น MFC ยังไม่เห็นสัญญาณวิกฤตรุนแรง ในระยะ 3-6 เดือนข้างหน้า มองเป็นรอบของวัฏจักรเศรษฐกิจ แนะทยอยลงทุน หลังตลาดหุ้นต่างประเทศปรับฐานลงแรงแล้วราว 20-30%แนะจับตาสถานการณ์เพื่อประเมินเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมกลยุทธ์ลงทุนเมกะเทรนด์ รับโอกาสโตในอีก 3-5 ปีข้างหน้า ผ่าน 3 กองทุน M-EDGE, MHEALTH และMRENEW


นายเชาวน์กร โชติบัณฑ์ Head of Investment strategy บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) หรือ  MFC กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาจะเห็นตลาดหุ้นในต่างประเทศปรับฐานลงแรงทั้งในสหรัฐอเมริกา จีน และเวียดนาม เป็นต้น จากหลายๆ ปัจจัย ทั้งเรื่องเงินเฟ้อ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ภูมิรัฐศาสตร์ หรือในเวียดนามก็เรื่องการปราบปรามผู้บริหารที่เข้าไปทำราคาหุ้น ซึ่งจังหวะที่ตลาดปรับฐานลงมาลึก ถือเป็นโอกาสทยอยเข้าลงทุน


“อย่างช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐปรับฐานลงไป 20-30%ซึ่งการปรับฐานขนาดนี้ทั่วไปถือว่าลงลึกแล้ว แต่กระนั้นก็ยังบอกไม่ได้ว่าเป็นจุดต่ำสุด หรือ bottomแล้ว เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันมีความไม่แน่นอนสูง มีหลายปัจจัยเกิดขึ้นแบบคาดไม่ถึง ทำให้ตลาดหุ้นมีโอกาสเป็นได้ทั้งขาขึ้น และขาลงหากมีวิกฤตที่รุนแรง ซึ่งการแบ่งไม้ ทยอยลงทุน จะทำให้ไม่เสียโอกาส จากตลาดที่มีความผันผวนสูงเช่นปัจจุบัน”


ไม่เห็นสัญญาณวิกฤต

นายเชาวน์กร กล่าวว่า ในระยะ 3-6 เดือน ยังไม่เห็นสัญญาณของการเกิดวิกฤติที่รุนแรงแบบต้มยำกุ้ง แฮมเบอร์เกอร์ หรือวิกฤตดอทคอม (Dot-Com) แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบันมองเป็นรอบของวัฏจักรเศรษฐกิจมากกว่า ซึ่งเป็นขาลงจากเงินเฟ้อที่สูง ทำให้ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อลดความร้อนแรงของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในสหรัฐที่ยังเห็นอัตราการจ้างงานอยู่ในระดับสูง


อย่างไรก็ตามสถานการณ์ปัจจุบันยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะภายใต้ความเสี่ยงที่คาดไม่ถึง หากมีวิกฤตรุนแรง ที่นำไปสู่เหตุการณ์แบบต้มยำกุ้ง วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ เป็นต้น ก็มีโอกาสที่ตลาดจะปรับฐานลงไปลึกถึง 50% ได้ แต่ ณ มุมมองปัจจุบัน ใน 3-6เดือนข้างหน้ายังไม่เห็นถึงสัญญาณวิกฤติที่แรงแบบต้มยำกุ้ง หรือแฮมเบอร์เกอร์


ขณะที่กลยุทธ์หรือแผนการลงทุนใน 3-6 เดือนข้างหน้านั้น นายเชาวน์กร แนะนำว่าอย่ารีบร้อน ให้แบ่งเงินไว้ทยอยลงทุน โดยเลือกกลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็นเทรนด์อนาคต มีโอกาสเติบโตได้ในระยะยาว 3-5 ปีข้างหน้า


ลงทุนใน3กองเมกะเทรนด์

กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี ซัสเทนด์ คอมเพ็ททิทีฟ เอดจ์ หรือ M-EDGE โดยมีเป้าหมายการลงทุนในหุ้นที่มีความได้เปรียบในการแข่งขันที่ยั่งยืน โดยคอนเซ็ปท์ของ E-D-G-E คือ E: Ensure sustainable value creation มีกระบวนการคัดเลือกหุ้นของบริษัทที่สามารถสร้างมูลค่า(ได้เหนือกว่าดัชนีหุ้นโลก) ตลอดวงจรชีวิตของบริษัท เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนสูง D: Deliver alpha พอร์ตการลงทุนมีความน่าเชื่อถือสูง เน้นลงทุนในหุ้น 20-30 ตัว โดยกระจายการลงทุนไปในหลายอุตสาหกรรม เน้นการสร้างผลตอบแทนได้มากกว่าตลาด,


G: Growth potential เน้นลงทุนหุ้นผู้ชนะที่มีคุณภาพดี มีความได้เปรียบในการแข่งขันและเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมี Track Record ที่โดดเด่น ชนะ Benchmark ด้วยผลตอบแทนที่สูงกว่า ขณะที่ความผันผวนใกล้เคียงกัน และ E: Expertise by BlackRock กองทุนหลักบริหารโดย BlackRock โดยทีมบริหารกองทุน และทีม research ที่มีประสบการณ์ และความชำนาญในการบริหารจัดการกองทุนอย่างดีเยี่ยมกองทุน M-EDGE เลือกลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (ประเภท Feeder Fund) คือ BGF Global Long-Horizon Equity Fund (เป็นกองทุนหลัก) ในชนิดหน่วยลงทุน (share class) “D2”


เฮลธ์แคร์หุ้นทนทาน

นายเชาวน์กร กล่าวต่อไปว่า เฮลธ์แคร์ (Healthcare) เป็นอีกกลุ่มธุรกิจที่แนะนำ ในยามที่ตลาดมีความผันผวนสูง โดย Healthcare นอกจากมีปัจจัยเมกะเทรนด์ (Mega Trend) สนับสนุนการเติบโต ธุรกิจนี้ยังมีลักษณะ Defensive ธุรกิจ ทนต่อภาวะตลาดผันผวน และสามารถส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากอัตราเงินเฟ้อได้บางส่วน


โดย MFC แนะนำกองทุนเปิดเอ็มเอฟซี เฮลธ์ อินโนเวชั่น หรือ MHEALTH ลงทุนใน BGF World Healthscience Fund (กองทุนหลัก) กระจายการลงทุนอย่างผสมผสานระหว่าง หุ้นคุณภาพ (ธุรกิจเวชภัณฑ์ ธุรกิจบริการทางการแพทย์) ที่ทนทานต่อความผันผวน และ หุ้นเติบโต (ธุรกิจเทคโนโลยีชีวภาพ ธุรกิจอุปกรณ์ทางการแพทย์) เพื่อเพิ่มอัตราผลตอบแทน ซึ่งการลงทุนในธุรกิจการดูแลสุขภาพ (Healthcare) สอดคล้องกับ Mega Trend ถูกขับเคลื่อนโดย 1.การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของประเทศส่วนใหญ่ที่ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ


2. แนวโน้มการใช้จ่ายด้านสุขภาพของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และ3. อุปสงค์ที่เกิดขึ้นใหม่จากนวัตกรรมทางการแพทย์ที่สำคัญ 5 ด้าน คือ ด้านภูมิคุ้มกันวิทยา (Immunology) ด้านเทคโนโลยีในการวินิจฉัยโรค ด้านการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ด้านการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้ด้านการดูแลสุขภาพ และด้านการใช้เครื่องมือตรวจวัดและติดตามทางชีวภาพ


และ กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี รีนิวเอเบิล เอนเนอร์จ หรือ MRENEW มีนโยบายลงทุนใน BGF Sustainable Energy Fund (กองทุนหลัก) เพียงกองทุนเดียว โดยกองทุนหลักบริหารจัดการโดย Blackrock เน้นลงทุนในหุ้นของธุรกิจพลังงานยั่งยืน หรือบริษัทที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Power) การขนส่งโดยใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีสะอาด (Clean Transport) และการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน (Energy Efficiency) ซึ่งนับเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่องและมีความยั่งยืน

จาก
ถึง
Select...
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X