> mai > MGT

06 ตุลาคม 2020

‘MGT’ออร์เดอร์ยานยนต์ฟื้น เร่งทำแผนปี64-ยันงบทำนิวไฮ

MGTใส่เกียร์ร่วมทุนพาร์ทเนอร์ ทุ่มงบลงทุน30ล.ผุดคลังสินค้า


MICRO มองโควิดกระทบสั้น มั่นใจพอร์ตโตต่อ


ทันหุ้น – สู้โควิด - MGT ส่งสัญญาณลูกค้ากลุ่มยานยนต์ป้อนออร์เดอร์เพิ่มขึ้น ฟากบิ๊กบอส “วิทยา อินาลา” ใส่เกียร์ดันอัตรากำไรสุทธิมากกว่าครึ่งปีแรกที่ 14.51% ยันงบปีนี้ทำนิวไฮ ครึ่งปีแรกกวากำเข้าพอร์ต 71.10 ล้านบาท พร้อมทำแผนปี 64 ระบุเสกห้องแล็ป ผลิตสินค้าเพิ่มมูลค่า


ดร.วิทยา อินาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมกาเคม (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGT เปิดเผยว่า ลูกค้ากลุ่มยานยนต์เริ่มกลับมามีคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) เพิ่มขึ้น จากไตรมาส 2 และ 3 ออเดอร์กลุ่มยานยนต์ปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นไปตามการหยุดผลิตรถยนต์ชั่วคราว หลังจากลูกค้ากลุ่มยานยนต์ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 โดยออเดอร์เห็นภาพชัดเจนมากในช่วงเดือนตุลาคม ส่วนช่วงที่เหลือของปีนี้บริษัทยังเดินหน้าทำงานตามแผน โดยจะพยายามทำให้อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ปีนี้เพิ่มขึ้นสูงกว่า 6 เดือนแรกที่บริษัทมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ระดับ 14.51%  สำหรับแนวทางการผลักดันอัตรากำไรสุทธิ บริษัทจะพยายามลดต้นทุนค่าใช้จ่ายที่จำเป็น และขายสินค้าให้เพิ่มขึ้น


มั่นใจงบทำนิวไฮ


ทั้งนี้บริษัทมั่นใจแนวโน้มผลประกอบการปีนี้จะทำสถิติใหม่สูงสุด หรือ นิวไฮ เนื่องจากครึ่งปีแรกปี 2563 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 71.10 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อนที่ 35.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.70 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโต 100.84% โดยกำไรที่เพิ่มขึ้นมาจากบริษัทย่อย หรือ บริษัท เมกาเคมพลัส ซึ่งนำเข้าเอทานอลแปรรูปมาจำหน่ายมากขึ้นในช่วงโควิด-19 โดยเอทานอลดังกล่าวนำไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตเจลล้างมือ หรืออุปกรณ์สำหรับฆ่าเชื้อ


ขณะที่ผลการดำเนินงานรวมทั้งปีบริษัทปรับเป้าหมายรายได้ลดลงเหลือ 850 ล้านบาท จากเดิมตั้งเป้าไว้ที่ 950 ล้านบาท ขณะเดียวกันบริษัทจะทำแผนการดำเนินธุรกิจปี 2564 ภายในเดือนตุลาคมนี้ โดยบริษัทมีแผนลงทุน และร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อทำห้องแล็ป และผลิตสินค้าเกี่ยวกับเรซิ่น หมึก สี ให้กับลูกค้าของพันธมิตร ซึ่งจะผลิตสินค้าแล้วเสร็จ พร้อมส่งจำหน่ายให้กับลูกค้าทันที โดยลูกค้าไม่จำเป็นต้องไปเริ่มกระบวนการผลิตใหม่ตั้งแต่เริ่มต้น และลดระยะการทดสอบสินค้าให้กับลูกค้า


หากเป็นไปตามแผน คาดการลงทุนครั้งนี้จะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้บริษัทเติบโตเพิ่มขึ้นในปี 2564 ทั้งนี้บริษัทจะเริ่มผลิตสินค้า และส่งให้ลูกค้าได้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป


เร่งทำแผนงาน


“แผนการทำรายได้ และการเติบโต ตอนนี้อยู่ระหว่างทำแผน และให้แต่ละแผนกทำค่าใช้จ่ายออกมา ซึ่งยังไม่สามารถบอกได้ชัดเจนว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นเท่าไร แต่ส่วนหนึ่งที่จะผลักดันการเติบโตให้กับบริษัท คือการที่เราลงทุนรวมห้องแล็ป และจะร่วมกับพันธมิตรผลิตสินค้า หากสำเร็จการลงทุนครั้งนี้จะช่วยผลักดันให้เราเติบโตเพิ่มขึ้นในปีหน้า”ดร.วิทยา กล่าว


พร้อมกันนี้บริษัทตั้งบริษัทร่วมทุน Mega fuji graphite ซึ่งเป็นการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ญี่ปุ่น ปัจจุบันอยู่ระหว่างการจดทะเบียนบริษัท ทุนจดทะเบียน 35 ล้านบาท เป็นทุนเรียกชำระแล้ว 12 ล้านบาท และยืนยันทุกอย่างเป็นไปตามแผน ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง โดยบริษัทได้ข้อสรุป MGT มีสัดส่วนการถือหุ้นที่ 49% ส่วนที่เหลือคือพันธมิตรจากประเทศญี่ปุ่น 51% บริษัทดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อทำการวิจัย พัฒนาและผลิต กราไฟต์ ในประเทศไทย เพื่อส่งออก คาดจะเริ่มดำเนินธุรกิจในต้นปี 2564

จาก
ถึง
หุ้น
Select...
หัวข้อ
Select...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านต่อ

เว็บไซต์นี้มีการจัดเก็บคุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น การใช้งานเว็บไซต์นี้เป็นการยอมรับข้อกำหนดและยินยอมให้เราจัดเก็บคุ้กกี้ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา  อ่านเพิ่มเติม

X